ปราสาทโอซาก้า สถานที่ที่มีประวัติศาสตร์มายาวนาน

สถานที่ที่มีประวัติศาสตร์มายาวนานจะเป็นที่ไหนไปไม่ได้นั่นคือ ปราสาทโอซาก้า ที่นี่มีนักท่องเที่ยวที่มาทัวร์ญี่ปุ่น นิยมมากันมากเพราะที่นี่นอกจากจะสวยงามแล้วยังมีประวัติความเป็นมาและเรื่องราวที่น่าที่สนใจที่น่าสนใจอีกค่ะ

ปราสาทโอซาก้า

ปราสาทโอซาก้า ถือว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญที่สุดในโอซาก้า มีนักท่องเที่ยวที่มาทัวร์ญี่ปุ่นมาที่นี่เฉลี่ยปีละ 1-3 ล้านคน ปราสาทโอซาก้าตั้งอยู่บนยอดเขาดูสวยสง่าทำให้เห็นถึงความรุ่งโรจน์ในอดีต ปราสาทโอซาก้าที่เราเห็นกันนั้นไม่ใช่ของเก่าที่สร้างครั้งแรก แต่เป็นของใหม่ที่สร้างเลียบแบบของเก่า ปราสาทโอซาก้าสูงสง่าเหนืออุทยานและกำแพงศิลาถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 1931 โดยสร้างจำลองแบบเดิมที่โชกุนโทโยะโตมิ เฮเดโยชิ สร้างขึ้นในปี 1585 ได้รับความช่วยเหลือจากเมืองต่างๆใช้แรงงานในการสร้างหลายหมื่นคน จึงใช้เวลาสร้างเพียงแค่3ปีเท่านั้น แต่30ปีหลังจากนั้นถูกพังทลายลงแล้วสร้างขึ้นมาใหม่อีกครั้ง โดยที่คูน้ำและกำแพงยังคงสภาพเดิมและสวยงามอยู่มาก ตัวปราสาทถูกบูรณะขึ้นมาใหม่อีกครั้งเสร็จเมื่อปี 1997 ปราสาทโอซาก้าถูกบูรณะหลายครั้งมาก จนในปัจจุบันปราสาทโอซาก้ามีทั้งหมด 8 ชั้น รอบๆตัวปราสาทยังมีภาพเสือแกะสลักบนกำแพงในตัวปราสาทที่เคลือบด้วยทองคำสวยงามมากจึงได้ขึ้นจนทะเบียนเป็นมรดกของประเทศญี่ปุ่น กำแพงที่ล้อมรอบตัวปราสาทมีความสูงถึง 30 เมตร สร้างมาจากก้อนหินขนาดใหญ่ที่มาจากเมืองโอซาก้านั่นเอง อีกทั้งยังมีป้อมปราการอยู่รอบๆตามกำแพงคูเมืองและประตูปราสาทโอซาก้าขนาดใหญ่ สะพานโกะคุระคุบาชิแต่ก่อนเป็นสะพานไม้ที่ใช้ข้ามเข้าสู่ตัวปราสาทโอซ้าก้าถูกบูรณะขึ้นมาใหม่อย่างสวยงาม สะพานนี้นักท่องเที่ยวที่มาทัวร์ญี่ปุ่นจึงนิยมมาถ่ายรูปเป็นที่ระลึกเก็บไว้และยิ่งในช่วงที่ดอกอะจิไซบานสะพานแห่งนี้จะสวยงามมากๆ ภายใจจัดแสดงพิพิธภัณฑ์ขนาดเล็ก มีการจัดส่วนการแสดงภาพเขียน เครื่องแต่งกายในสมัยโทโยโทมิและแสดงประวัติของการสร้างปราสาท มีการจำลองการทำสงครามกันระหว่างโอซาก้า และ นาโงย่า นอกจากนี้ ยังมีการบอกเล่าเรื่องราวของโอซาก้า ผ่านเทคโนโลยี 3 มิติ ซึ่งทันสมัยมากๆ แถมยังมีชุดนักรบซามูไรให้นักท่องเที่ยวได้ใส่ถ่ายรูปเก็บไว้ ชั้นบนสุดจัดให้เป็นจุดชมวิวที่น่าประทับใจเป็นอย่างมากนักท่องเที่ยวจะได้เห็นเมืองโอซาก้าทั้งเมือง

นักท่องเที่ยวที่มาทัวร์ญี่ปุ่นสามารถเข้าชมที่นี่ได้ตลอดทั้งปี ผู้ใหญ่เสียค่าเข้าโดยซื้อตั๋วจากตู้อัตโนมัต 600 เยน เด็กเล็กเข้าฟรี นอกจากตัวปราสาทที่สวยงามแล้วภายนอกปราสาทยังมีต้นไม้ที่สลับออกดอกโชว์สีสันความงามกันได้ตลอดทั้งปี

ทัวร์ยุโรปตะวันออกที่วอร์ซอว์ เมืองหลวงของโปแลนด์

การท่องเที่ยว ทัวร์ยุโรปตะวันออก คุณจะได้ประสบการณ์ในการท่องเที่ยวอย่างมากมาย โดยเฉพาะการเดินทางทัวร์หลากหลายพื้นที่ภายในประเทศยุโรป ซึ่งแต่ละพื้นที่ย่อมมีความสวยงามแตกต่างกันออกไป และที่สำคัญ ความงดงามในแต่ละพื้นที่ รวมไปถึงประเพณีและวัฒนธรรมแบบผสมผสาน ย่อมส่งผลทำให้นักท่องเที่ยวได้ซึมซับความแปลกใหม่ จนกระทั่งกลายเป็นประสบการณ์ดี ๆ ผ่านการเดินทางท่องเที่ยวในระยะเวลาสั้น ๆ ได้ในที่สุด

ทัวร์ยุโรป

ถ้าหากเราพูดถึงเมืองหลวงของโปแลนด์ เราจะนึกถึงสถานที่ท่องเที่ยวอย่าง วอร์ซอว์ ด้วยลักษณะของเมืองวอร์ซอว์ เป็นเมืองที่มีความซับซ้อน เนื่องจากเป็นเมืองที่เคยถูกทำลายมาก่อนหน้านี้ ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งมีการต่อสู้กันอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย และนับได้ว่าเป็นมหาสงครามครั้งยิ่งใหญ่ ที่ทุกคนต้องจดจำและตราตรึง แต่สำหรับในทุกวันนี้ ความคิดและแผนพัฒนาวอร์ซอว์ยังคงมีอยู่ จนกระทั่งมีการสร้างและทดแทนสิ่งที่ขาดหายไปในอดีต ส่งผลทำให้เมืองวอร์ซอว์มีความงดงามมากยิ่งขึ้น และถูกเติมเต็มไปด้วยพลังงานไฟฟ้า ทำให้มีลักษณะเฟื่องฟูขึ้นมา แถมพื้นที่ทั้งหมดยังคงประกอบไปด้วยศิลปวัฒนธรรม พร้อมทั้งอุตสาหกรรมที่น่าสนใจ และสิ่งหนึ่งที่พลาดไม่ได้นั่นก็คือ การเดินทางท่องเที่ยวทัวร์ยุโรปที่วอร์ซอว์ ด้วยการเดินทางเที่ยวชมเมืองเก่า ที่เติมเต็มไปด้วยอาคารทางประวัติศาสตร์โลก

ด้วยลักษณะและภาพลักษณ์ของวอร์ซอว์ พื้นที่ท่องเที่ยวทัวร์ยุโรปในตอนนี้ กลายเป็นพื้นที่ที่มีความเจริญ แต่ยังคงผสมผสานไปด้วยศิลปวัฒนธรรมโบราณที่เก่าแก่ และมีมาตั้งแต่ดั้งเดิม บวกกับความทันสมัยด้วยการผสมผสานศิลปะสมัยใหม่ เทคโนโลยีที่ทันสมัย ที่ถูกเสริมและเติมแต่งขึ้นมา เพื่อต่อเติมให้ทุกอย่างดูดีและสง่างามมากยิ่งขึ้นนั่นเอง

จองทัวร์ท่องเที่ยวไปกับเรา www.tourxpresscenter.com

วัดหง็อกเซิน ( Ngoc Son หรือ วัดเนินหยก) ทัวร์เวียดนามราคาถูก

วัดหง็อกเซิน ( Ngoc Son หรือ วัดเนินหยก) ตั้งอยู่บริเวณริมทะเลสาบคืนดาบ ทางด้านเหนือของเกาะหยกเป็นเกาะขนาดเล็กๆที่สามารถข้ามจากฝั่งไปยังวัดเนินหยกได้โดยการข้ามสะพานเทฮุกหรือสะพานแสงอาทิตย์ซึ่งมีสีสันที่สดใสและยังถือเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของเมืองฮานอย นักท่องเที่ยวที่มาทัวร์เวียดนาม นิยมมาถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกกันทุกครั้งเมื่อมาเยือนวัดเนินหยก

บริเวณภายในวัดนั้นมีบรรยากาศที่ร่มรื่นและยังมีศาลาสำหรับนั่งเล่นพักผ่อน วัดเนินหยกนั้นสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 18 เป็นสถานที่ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ เฉิน ฮัง โด๋ว ผู้นำการต่อต้านราชวงศ์หยวนเมื่อศตวรรษที่ 13 วัดแห่งนี้ได้มีการบูรณะขึ้นเมื่อ 1864 โดยนักปราชญ์ลัทธิขงจื้อชื่อว่า หวัน เซิง และ เหงียน หวัน ซุย ได้ทำการเชื่อมกับฝั่งด้วยสะพานเทฮุกสะพานไม้สีแดง ภายในวัดยังมีตะพาบศักดิ์สิทธิ์รวมทั้งอานุสาวรีย์ของ ตรันคว็อกตวน ซึ่งเป็นแม่ทัพเอกในการต่อสู้กับกองทัพมองโกลและขับเคลื่อนทัพมองโกลกลับไปได้สำเร็จเมื่อปี ค.ศ.1257 วัดหง็อกเซิน หรือวัดเนินหยก เป็นอีกสัญลักษณ์หนึ่งที่สำคัญมากๆของเมืองฮานอยสะพานสีแดงนั้นเป็นสะพานไม้ที่มีนักท่องเที่ยวที่มาทัวร์เวียดนามที่เป็นคู่รักมักจะมาถ่ายรูปพรีเวสดิ้งกันที่นี่ เมื่อผู้ที่มาทัวร์เวียดนามข้ามสะพานไปก็จะเข้าสู่ประตูวัด ภายด้านในนั้นจะมีตะพาบอยู่ 1 ตัว ที่สต๊าฟไว้ประวัติและความเป็นมานั้นกล่าวไว้ว่า ทะเลสาบแห่งนี้มีตะพาบทั้งหมด 2 ตัว อีกตัวหนึ่งยังมีชีวิตอยู่และอาศัยอยู่ในทะเลสาบแห่งนี้ และนี่ก็เป็นที่มาของคำว่าทะเลสาบคืนดาบ ยังมีเรื่องเล่าต่อกันว่า เป็นตำนานของการสร้างเวียดนามในศตวรรษที่ 15 จักรพรรดิเลเลย แห้งราชวงศ์เล ได้ใช้ดาบศักดิ์สิทธิ์ในการขับไล่ชาวจีนแห่งราชวงศ์หมิงที่ได้มารุกร่านประเทศเวียดนามให้ออกไปจากประเทศในขณะนั้นพระองค์ได้ประทับอยู่บนเรือ ณ ทะเลสาบแห่งนี้ก็ได้ปรากฏตะพาบยักษ์ตัวหนึ่งโผล่ขึ้นมากจากน้ำและบอกให้พระองค์ส่งดาบนั้นกลับคือแด่จ้าวมังกรดาบนั้นได้พุ่งออกจากผักดาบและเข้าไปในปากของตะพาบยักษ์ตัวนั้นก่อนที่จะหายกลับลงน้ำไปอันเป็นที่มาของชื่อทะเลสาบคืนดาบนั้นเองคะ ทะเลสาบคืนดาบนั้นมีชื่อเรียกอีกชื่อว่าทะเลสาบฮว่านเกี๋ยม เป็นทะเลสาบที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองฮานอย นักท่องเที่ยวที่มาทัวร์เวียดนามส่วนใหญ่ที่มาเที่ยวกันเองนั่นมักนิยมมาหาที่พักบริเวณเมืองเก่านี้ ถ้าเปรียบเทียบกับบ้านเราก็คล้ายๆกับถนนข้าวสารบ้านเราคะ มีเกสต์เฮ้าและโรงแรมราคาไม่แพงมากนักและยังมีร้านอาหารพื้นเมือง อาหารตะวันตก และร้านขายของที่ระลึก

ทัวร์ลาว 6 พระราชวังหลวงพระบาง หลวงพระบาง

ลาวนั้นเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีวัฒนธรรมและความเป็นมาที่น่าสนใจหากมีโอกาสได้เดินทางมาทัวร์ลาวแล้ว ไม่อยากให้นักท่องเที่ยวพลาดกับการเดินทางไปเที่ยวชมพระราชวังหลวงพระบาง ที่นครหลวงพระบางนั้นเอง ตั้งอยู่ใจกลางเมืองหลวงพระบางริมแม่น้ำโขง

พระราชวังหลวงพระบางแห่งนี้เป็นการสร้างขึ้นมาใหม่แต่ใช้สถานที่เดิม ถูกออกแบบโดยสถาปนิกชาวฝรั่งเศส พระราชวังหลวงพระบางเป็นสถาปัตยกรรมแบบฝรั่งเศสแต่เป็นการผสมผสานกันระหว่างฝรั่งเศสกับลาว ลักษณะอาคารเป็นชั้นเดี่ยวยกพื้นสูง ด้านนอกอาคารเป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์เจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์และเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์ประทับอยู่ที่นี่จนสิ้นพระชนม์ โดยต่อมาได้มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี พ.ศ.2518 พระราชวังหลวงพระบางแห่งนี้ได้ถูกเปลี่ยนเป็นพิพิธภัณฑ์ซึ่งประกอบด้วยห้องหลักๆอยู่หลายห้องฝั่งขวาของอาคาร เช่น ห้องฟังธรรมภายในมีธรรมมาสน์ ห้องปูพรมและยังเป็นที่ประทับของเจ้ามหาชีวิติศรีสว่างวงศ์ในเวลาฟังธรรม ห้องรับแขกของพระมเหสี ภายในห้องจัดแสดงของขวัญจากประเทศต่างๆ ห้องรับแขกของเจ้ามหาชีวิตภายในห้องนั้นมีความงดงามด้วยภาพจิตรกรรมฝาผนังที่เกี่ยวกับวิถีชีวิตของชาวลาว ภาพวิวทิวทัศน์ ภาพงานประเพณี และยังมีรูปหล่อครึ่งองค์ของเจ้ามหาชีวิตอุ่นคำ เจ้ามหาชีวิตสักรินทร์ เจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์และเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวัฒนา ซึ่งทั้งหมดนี้หล่อมาจากประเทศฝรั่งเศส ห้องท้องพระโรง ในห้องนี้ใช้เป็นสถานที่ทำพิธีราชาภิเษกซึ่งเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวัฒนาเตรียมห้องนี้ไว้ทำพิธีราชาภิเษก แต่เกิดการเปลี่ยนแปลงปกครองเสียก่อน ภายในห้องประดับด้วยกระจกโมเสดสีแดงจากประเทศฝรั่งเศสซึ่งมีความสวยงามเป็นอย่างมาก นอกจากห้องสำคัญเหล่านี้แล้วบริเวณด้านหลังของท้องพระโรงยังเป็นที่ตั้งของตำหนักของเจ้ามหาชีวิตซึ่งเป็นอีกจุดที่เด่นของพระราชวังคือ หอพระบางภายในหอนี้เป็นที่ประดิษฐานของพระบาง ซึ่งเป็นพระคู่บ้านคู่เมือง ลักษณะของพระบางเป็นพระพุทธรูปปางประทับยืนปางประทานอภัยทั้งสองพระหัตถ์ หรือปางห้ามสมุทร ซึ่งเป็นศิลปะสมัยขอมหลังบายนน้ำหนักประมาณ 54 กิโลกรัม ประกอบด้วยทองคำ 90 เปอร์เซ็นต์ และในหอพระนี้ยังมีพระพุทธนาคปรก สลักศิลาอีกสี่องค์และยังมีกลองโบราณอยู่ด้วย พระราชวังแห่งนี้หันหน้าเข้าหาพระธาตุพูสีและถนนหน้าพระราชวังในยามกลางคืนจะมีสินค้ามาวางจำหน่ายอยู่มากมาย

สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาทัวร์ลาวและสนใจที่อยากจะมาเที่ยวชมที่พระราชวังหลวงพระบางแห่งนี้จะต้องเสียค่าเข้าชมประมาณ 30,000 กีบหรือประมาณ 120 บาทไทย ที่พระราชวังหลวงพระบางแห่งนี้เปิดให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาทัวร์ลาวได้เข้าชมกันตั้งแต่เวลา 08.00-11.30 น. และ 13.30-16.30 น. *ภายในพระราชวังแห่งนี้ห้ามถ่ายรูปทุกชนิด